ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Auditors)

ผู้ตรวจสอบอิสระจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ผู้ที่จะสามารถทาหน้าที่เป็นลงนามในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ ที่ทำการตรวจสอบการดำเนินการตามแบบประเมินทั้ง 17 ข้อของบริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับ CAC มีดังต่อไปนี้ 1. ประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่เข้าร่วม โดยลงนามในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่มีการกำหนดไว้ในหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ดูรายละเอียดด้านล่าง) 2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในปีปัจจุบัน) 3. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายอื่นๆ ที่มีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน จากสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์…

ผู้ที่จะสามารถทาหน้าที่เป็นลงนามในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ ที่ทำการตรวจสอบการดำเนินการตามแบบประเมินทั้ง 17 ข้อของบริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับ CAC มีดังต่อไปนี้

1. ประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่เข้าร่วม โดยลงนามในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่มีการกำหนดไว้ในหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ดูรายละเอียดด้านล่าง)

2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในปีปัจจุบัน)

3. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายอื่นๆ ที่มีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน จากสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

4. ผู้ตรวจสอบภายใน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • · ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาต (Certified Internal Auditor – CIA)
  • · ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในของประเทศไทย (Certified Professional Internal Auditors of Thailand – CPIAT)

ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบภายในดังกล่าว ต้องเป็นผู้ที่สังกัดสำนักงานตรวจสอบภายใน ที่จัดตั้งในรูปของบริษัทจำกัด และจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับผู้ตรวจสอบอิสระ (CAC SME IA Certification) ของ CAC แล้วเท่านั้น

on Sunday May 27 by Super User
กรรมการตรวจสอบที่มีคุณสมบัติตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดหมายถึงอะไร ข้อมูลจาก “คู่มือคณะกรรมการตรวจสอบ” ที่เผยแพร่ทางเว็ปไซต์ CG Thailand ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ องค์ประกอบ คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 รายโดยทุกรายต้องเป็นกรรมการอิสระ ทั้งนี้จำนวนสมาชิกควรขึ้นอยู่กับขอบเขตและความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งโดยทั่วไป ตามมาตรฐานสากลจำนวนสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบจะอยู่ระหว่าง 3-5 ราย คุณสมบัติ คุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบแบ่งออกเป็นคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ 1. คุณสมบัติทั่วไป: กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระดังนี้…

องค์ประกอบ

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 รายโดยทุกรายต้องเป็นกรรมการอิสระ ทั้งนี้จำนวนสมาชิกควรขึ้นอยู่กับขอบเขตและความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งโดยทั่วไป ตามมาตรฐานสากลจำนวนสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบจะอยู่ระหว่าง 3-5 ราย

คุณสมบัติ

คุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบแบ่งออกเป็นคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ

1. คุณสมบัติทั่วไป: กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระดังนี้

(ก) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้น ของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย

(ข) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนรวมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็น ข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

(ค) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดาคู่สมรส พี่น้องและบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของผู้บริหารผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอานาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย

(ง) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณ อย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตำแหน่ง

ความสัมพันธ์ทางธุรกิจข้างต้น รวมถึงการทารายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติ เพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้บริษัทหรือ

คู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทหรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคานวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศ คณะกรรมการกากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณา ภาระหนี้ดังกล่าวให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน

(จ) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตำแหน่ง

(ฉ) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตำแหน่ง

คาว่า “หุ้นส่วน” ตาม (จ) และ (ฉ) หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสานักงานสอบบัญชี หรือผู้ให้บริการทางวิชาชีพ ให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานการสอบบัญชีหรือรายงานการให้บริการทางวิชาชีพ (แล้วแต่กรณี) ในนามของนิติบุคคลนั้น

ในกรณีที่บุคคลที่บริษัทแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระเป็นบุคคลที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าที่กำหนดตาม (ง) หรือ (ฉ) ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทสามารถ พิจารณาผ่อนผันได้ หากคณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่กระทบกับการแสดง ความเห็นที่เป็นอิสระของกรรมการอิสระดังกล่าว โดยบริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ไว้ในแบบ 56-1 รายงานประจำปีและในหนังสือนัดประชุม

(ก) ลักษณะความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพ ที่ทาให้บุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

(ข) เหตุผลและความจำเป็นที่ยังคงหรือแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการอิสระ

(ค) ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการเสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว เป็นกรรมการอิสระ

ในการผ่อนผันของคณะกรรมการบริษัทอาจกำหนดกรอบในการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามหลักในการทำหน้าที่ของกรรมการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2551 ในส่วนที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของกรรมการดวยความซื่อสัตยสุจริต (duty of loyalty) และระมัดระวัง (duty of care) ที่กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทต้องตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ทั้งนี้แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ประกอบด้วย

(ก) เหตุผลและความจำเป็นในการแต่งตั้งหรือต่อวาระกรรมการอิสระรายดังกล่าว (เช่น บริษัทมีความจำเป็นที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเป็นพิเศษจากกรรมการรายดังกล่าว) และ

(ข) ลักษณะรายการที่เข้าข่ายดังต่อไปนี้

1. รายการที่บริษัทได้รับประโยชน์เป็นสำคัญ

2. รายการธุรกิจปกติที่เป็นเงื่อนไขทางการค้าทั่วไป และ

3. ขนาดรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ ของกรรมการอิสระ และไม่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับขนาดของบริษัท หรือไม่ได้เกิดขึ้นสม่าเสมอ/ต่อเนื่อง

(ช) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น การมีข้อตกลงใน shareholders agreement เกี่ยวกับ การแต่งตั้งกรรมการเพื่อเป็นตัวแทนและดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

(ซ) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือ บริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนรวมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย

(ฌ) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้โดยทั่วไปการแสดงความเห็นอย่างอิสระหมายความถึงการแสดงความเห็นหรือรายงานตามภารกิจที่ได้มอบหมาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตำแหน่งหน้าที่และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด รวมถึงไม่อยู่ภายใต้สถานการณ์ใดๆ ที่อาจบีบบังคับให้ไม่สามารถแสดงความเห็นได้อย่าง ตรงไปตรงมา

ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระที่มีลักษณะเป็นไปตาม (ก) ถึง (ฌ) ข้างต้นแล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษทั ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท โดยมีการตัดสินใจ ในรูปแบบขององค์คณะ (collective decision) ได้

2. คุณสมบัติเฉพาะ: กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้

(ก) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการ ของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัท

(ข) ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็น บริษัทจดทะเบียน

(ค) มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายโดยกรรมการตรวจสอบต้องสามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดำเนินงานของ คณะกรรมการตรวจสอบ

(ง) กรรมการตรวจสอบไม่ควรเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นเกินกว่า 5 บริษัท เนื่องจากอาจมีผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทใดบริษัทหนึ่งทำได้ไม่เต็มที่(แนวปฏิบัติที่ดี)

(จ) สมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบทุกรายไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบัญชี หรือการเงิน เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบอาจขอคำแนะนาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการบัญชีหรือการเงิน จากภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 รายต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชี หรือการเงินอยางเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความเชื่อถือได้ของงบการเงิน และควรได้รับการ พัฒนาความรู้ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อความเชื่อถือได้ของงบการเงิน ซึ่งจะมีผลให้การดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น

(ฉ) กรรมการตรวจสอบควรได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และควรได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของคณะกรรมการ ตรวจสอบ (แนวปฏิบัติที่ดี)

ทั้งนี้คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะที่ระบุข้างต้นส่วนใหญ่ เป็นคุณสมบัติที่กำหนดในหลักเกณฑ์ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ดีเพื่อให้กรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงเหมาะสมกับ ลักษณะเฉพาะของบริษัท คณะกรรมการบริษัทควรพิจารณาความเหมาะสมของการกาหนดคุณสมบัติของ “กรรมการอิสระ” ของบริษัทขึ้นเองและเปิดเผยในแบบ 56-1 และรายงานประจำปีโดยควรพิจารณากาหนดให้ เข้มงวดกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำข้างต้น เช่น ในเรื่องสัดสวนการถือหุ้นซึ่งเกณฑ์กาหนดห้ามกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบถือหุ้นในบริษัทเกินร้อยละ1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ในขณะที่ บริษัทขนาดใหญ่มีทุนจดทะเบียนมากอาจพิจารณากำหนดห้ามกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบถือหุ้น เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด เนื่องจากการถือหุ้นแม้ไม่ถึงร้อยละ 1 ก็อาจมีผลกระทบ ต่อการแสดงความเห็นอย่างอิสระของกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบได้

 

on Sunday May 27 by Super User

ผู้เข้าอบรมผู้ตรวจสอบอิสระสำหรับโครงการ SME (CAC SME IA Certification) จะมีค่าใช้จ่าย 5,000 บาท ซึ่งหลังจากผ่านการอบรมจะได้รับใบ Certificate สำหรับใช้ในการทำงานกับบริษัท SME

on Sunday May 27 by Super User

ในเบื่องต้น CAC ได้กำหนดว่า ผู้ตรวจสอบอิสระสำหรับโครงการ SME (CAC SME IA Certification) จำเป็นต้องอยู่สังกัดบริษัท เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ตรวจสอบอิสระ

on Sunday May 27 by Super User

ทาง CAC ได้อนุญาตให้ผู้ตรวสสอบอิสระที่อยู่ในบริษัท outsource เข้าได้ แต่ต้องสังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่เป็นบริษัท 

ส่วน Freelance อาจมีการพิจารณาเพิ่มเติมในปีต่อๆ ไป หากมี SME ที่สนใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

on Sunday May 27 by Super User

ผู้ตรวจสอบอิสระจะสามารถตรวจเอกสารของบริษัทในเครือของบริษัทที่สังกัดเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่บริษัทที่สังกัดเป็นบริษัทที่รับจ้างตรวจสอบภายใน หรือเป็นบริษัทส่วนตัวที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับจ้างตรวจสอบภายใน 

on Friday October 05 by Super User